[Fic] TaoKacha - In the darkness... || CH 3

posted on 21 Nov 2011 01:10 by bitterkaffee  in Fiction

In the darkness

 

 

Tao Kacha

Written by กาแฟ

 

 

 

 

เป็นเพียงฟิคชั่น

 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่า

 

 

 

 

 

 

Chapter 3

 

 

 

 

เราสองคนผ่านเข้ารอบหกคนสุดท้าย

 

ความพยายามสามปีของเขาเป็นจริง อีกทั้งยังมาได้ไกลอย่างไม่น่าเชื่อ

ทุกครั้งที่มองเห็นแฟนคลับมหาศาล เห็นป้ายไฟ เห็นผ้าเชียร์ ได้รับดอกไม้ สิ่งของ โพสอิท มันมีค่ายิ่งใหญ่ในใจเขาจนความสุขล้นปริ่มไปหมด ความรู้สึกที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับ คนแปลกหน้ามากมายที่ตะโกนบอกรักและส่งเสียงให้กำลังใจ ... จนเขาไม่รู้จะตอบแทนพวกเขาอย่างไรดีถึงจะเพียงพอ

 

และเมื่อรู้สึกถึงคนข้างตัวที่กำลังขยับหามุมที่จะนอนได้อย่างสบายที่สุด ใจเขาก็เอ่อท้นไปด้วยความดีใจและอุ่นใจ

ขอบคุณอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ ที่ทำให้เต๋ายังอยู่ตรงนี้

...ข้างๆเขา

 

“โห ป้ายไฟเต๋าคชาเยอะมากเลยพี่คชา”

กะปอมน้อยเอเอฟแปดพูดกับเขาอย่างตื่นเต้นและยั่วล้อ เขามองผ่านกระจกรถไปยังกลุ่มแฟนคลับที่ยังคงยืนออรอส่งพวกเขากลับบ้านแมคโนเลีย ท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟอ่อนจาง ป้ายไฟสารพัดสีสารพัดรายชื่อจึงโดดเด่นขึ้นมาเป็นพิเศษ

 

“ป้ายไฟเฟรมวาก็เยอะนะเฟรม”

เขากัดกลับไปบ้างอย่างหมั่นไส้ ทั้งที่รู้ว่าไม่เคยได้ผล เฟรมยกมือขึ้นทำท่าชงตัวเองเหมือนทุกที ไม่ว่าใครจะแซวอะไรก็ทำให้กะปอมน้อยของพวกเขาเขินอายไม่ได้ ดูน่าหมั่นไส้จนอยากแกล้งอยากแซวให้หน้าหงายบ้าง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จซักครั้ง

 

“เฟรมกด้วยพี่เฟรมก”

“เฟรมกิหรอก”

ต้นสวนขึ้นมาแล้วยักคิ้วให้เขา ส่วนคนที่เคยอ่านป้ายไฟตัวเองผิดกลับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ

“ไม่ได้พี่ นี่สิตัวจริงผม เฟรมแหลมๆ”

ไม่พูดเปล่า ยังเอื้อมแขนไปโอบแพรวแน่นเหมือนประกาศความเป็นเจ้าของ แต่พวกเขาที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรก็ทำได้แค่หาอะไรตบหัวมันคนละทีสองที

 

“เออ ใช่ซี่ ใครจะไปเหมือนต้นเจมส์ ผมชงต้นเจมส์คร้าบท่านผู้ชม ผมเป็นแฟนคลับคู่นี้ สตูดิโอต้นเจมส์”

น้องหมีกับพี่กระต่ายไม่พูดอะไร ได้แต่หัวเราะหึหึในคอกันทั้งคู่

สองคนนั้นยังนั่งด้วยกันเหมือนเคย ไม่ว่าจะทะเลาะกันหนักเบาแค่ไหน ก็ไม่เคยงอนกันได้เกินสองวันหรอกคู่นี้

 

แล้วไม่นาน เสียงเอะอะคุยกันดังลั่นรถค่อยๆลดลงเหลือเพียงเสียงกระซิบคุยกันบ้างไม่กี่คำ ทุกคนเหนื่อย ง่วง ล้า และยังใจหายกับผลการแข่งขันที่ออกมา เขาจึงขยับหูฟังขึ้นครอบหูบ้าง... อีกซักพักจึงจะถึงบ้าน พักสายตาหน่อยก็คงจะดี

แต่แล้ว คนที่นั่งหลับมาตลอดทางข้างๆเขาก็เอนหัวลงมาซบที่ไหล่ ...

เต๋าหลับตา แต่แรงบีบของมืออุ่นที่กุมมือของเขาเอาไว้ทำให้รู้ว่าเต๋าไม่ได้หลับ ริมฝีปากอ้าออกนิดหน่อยเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็ปิดลง แล้วเม้มแน่น เหมือนเต๋าต้องการบอกอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา

 

“หลับเถอะ เดี๋ยวถึงแล้วปลุก”

เขาไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่เมื่อยังไม่อยากบอก เขาก็ไม่คิดจะเร่งถาม

 

ไม่ว่าอะไรก็ตาม เขารอเต๋าได้เสมอ ...

 

 

 

.

.

.

 

 

 

คืนนั้น เขายังฝันดีเหมือนเคย 

 

แสงสว่างจากหลอดไฟมืดดับลง ค่ำคืนที่มืดมิด อากาศที่หนาวจัด 

แต่แสงสว่างในใจเขาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมคว้า ซึ่งเขาก็คว้าเอาไว้ในมือได้จริงๆ 

เต๋าจับมือเขาเหมือนทุกที มือเขาอุ่น ใจเขาอุ่น 

 

ช่วงเวลาที่มีความสุข ตื่นอยู่ก็เหมือนฝัน หลับนั้น...ก็ยังเหมือนจริง 

 

เต๋ายังคงเป็นความฝัน ที่เขาไม่อยากตื่นเลย

 

 

 

.

.

.

 

 

 

The way you look at me

 

เพลงของสัปดาห์สุดท้ายนี้ ที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือก

ทั้งที่ไม่ได้เลือกเอง แต่ยิ่งฟังซ้ำๆเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

‘cause there’s somethin’ in the way you look at me

It’s as if my heart knows you’re the missing piece

 

มีบางสิ่งบางอย่าง ในแววตาที่เธอมองมาที่ฉัน 

ราวกับหัวใจจะรับรู้ได้ ว่าเธอ...คือส่วนที่ขาดหายไป

 

 

 

คนที่เข้ามาเติมเต็มทุกสิ่งทุกอย่าง...

 

ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าเขาในตอนนี้ กับเขาเมื่อเกือบสามเดือนก่อนนั้น ช่างแตกต่างกันจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

เขาไม่ใช่คนหน้าเดียวซีดเซียวทุกข์ทน หลังค่อม มนุษยสัมพันธ์แย่ อย่างที่เขาบอกใครๆอีกแล้ว

เขารู้จักการเข้าหาคนอื่น เปิดใจให้เพื่อนๆรับรู้ถึงตัวตน

เขายิ้มมากขึ้น หัวเราะมากขึ้น กล้าพูดเล่นจิกกัดคนนั้นคนนี้ ไม่ใช่คนพูดน้อยไม่น่าเข้าใกล้คนเก่า

 

เพราะแสงสว่างของเขา...

เพราะเต๋า...

 

 

 

I don’t know how or why I feel different in your eyes

All I know is it happens every time …

 

ฉันไม่รู้...ว่าฉันรู้สึกถึงความแตกต่างในแววตาของเธอได้อย่างไร...ไม่รู้ ว่าทำไม 

ฉันรู้แค่...มันเกิดขึ้น...ทุกครั้ง...

 

 

 

ไม่ว่าจะวนเพลงนี้ฟังอีกกี่ครั้ง ร้องเพลงนี้อีกกี่หน ...

ในอกมันเอ่อล้น.. .

 

 

 

 ราวกับหัวใจจะรับรู้ได้ ว่าเธอ...คือส่วนที่ขาดหายไป

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ทุกครั้งที่เราจับมือกัน เขาภาวนาเสมอ ทุกครั้ง ... ให้มือเต๋าอุ่นอย่างนี้เรื่อยไป 

ให้เป็นเขาที่สามารถจับคว้ามือขาวจัดที่แสนอ่อนโยนเอาไว้ได้ 

 

... เพียงคนเดียว

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“พี่คชาหลับแล้วเหรอพี่”

 

เสียงเฟรมที่เพิ่งคลานขึ้นมาบนเตียงดึงสติเขาที่กำลังจะจมลงในความฝันให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง

ความเงียบปกคลุมอยู่นาน จนเขาคิดว่าทั้งเต๋าทั้งเฟรมคงจะหลับไปแล้ว แต่แล้ว คนที่จับมือเขาอยู่ก็ขยับตัวเล็กน้อย เขาได้ยินเสียงเต๋ากระซิบอะไรบางอย่างอู้อี้กับหมอน คงพูดให้เฟรมฟัง ... คนเดียว

เพราะ...เบาเหลือเกิน เบาจนเขาจับใจความไม่ได้

 

“วันนั้น...”

 

เสียงเฟรมดังขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ แต่ห้องที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจแบบตอนนี้ ให้กระซิบเบาแค่ไหน คนที่อยู่ห่างออกมาเพียงเต๋านอนคั่นอย่างเขาก็ยังได้ยินอยู่ดี

 

แล้วแปลก...ที่ยังไม่ทันที่เฟรมจะได้พูดอะไรต่อ เต๋าก็ปลดมือตัวเองออกจากมือเขาแผ่วเบา พลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าหาเฟรมอย่างเคย

 

ใจเขาวูบหล่นลงไปครู่หนึ่ง มือที่ถูกปล่อยจึงเผลอบีบเข้าหากันแน่น ...

 

 

 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

“...”

 

 

 

“...”

 

เขาหวังขึ้นมาในนาทีนั้น ว่าเขาอาจจะหูฝาดไป อาจจะกลั่นกรองอะไรผิดพลาด

 

“พี่เค้ามาดูทุกอาทิตย์เลยเปล่าพี่”

“เปล่า”

“แล้ว...”

 

เฟรมพูดอะไรต่อไม่รู้ เขาฟังไม่ได้ยินเสียแล้ว เหมือนลมหายใจขาดหายเป็นห้วงๆ เขาหายใจอย่างปกติได้ลำบากเหลือเกิน... ชาไปทั้งร่าง... แล้วมือก็สั่นขึ้นมาจนต้องบีบนิ้วเข้าหากันให้แรงกว่าเดิม

เขาจิกเล็บลงไปในมือตัวเอง มือเขาไม่มีความรู้สึกเลย มันชืดชา และสั่นพร่า

 

 

 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

 

 

 

“ผมเห็นคนนั้นของพี่เต๋าด้วย” 

 

 

 

คนนั้นของเต๋านี่ คือใครกันนะ

 

นึกถามขึ้นมาในใจแล้วก็แทบหลุดหัวเราะด้วยทุเรศตัวเองเหลือเกิน

เขาไม่ได้โง่ แม้ตอนนี้เขาอยากเป็นคนโง่ซักแค่ไหน เขาก็ไม่ได้โง่ จึงได้นึกรู้ขึ้นมาเพียงแค่ได้ยินประโยคนั้นประโยคเดียว

 

หรือ...ที่จริงแล้ว เขาอาจจะเป็นคนที่โง่เฉพาะบางเรื่องก็ได้

 

 

 

 

คืนนั้นทั้งคืน เขาไม่ได้หลับเลยจนถึงเช้า

 

ตาเขาแสบแดง ไม่ใช่เพราะร้องไห้ แต่เพราะอาการจุกเสียดในอกมันตีตื้นขึ้นมาถึงคอ เขาหายใจไม่ออก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่กลับไม่มีน้ำตาซักหยด อีกทั้ง...ยิ่งเช้านี้ ที่ไฟในห้องถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ความสว่างก็พุ่งกระทบดวงตาของเขาให้ยิ่งเคืองหนัก จนแทบจะลืมตาเต็มที่ไม่ได้

 

เขานั่งเรียนในคลาสด้วยสติที่มีเหลือน้อยเต็มที

 

ใจมันฟุ้งซ่านเกินกว่าจะได้ยินสิ่งที่ครูกำลังพูด และเพราะไม่ได้นอน ตอนนี้สมองจึงยิ่งรวน ซ้ำยังเต้นตุบๆเหมือนเตือนให้รู้ว่าไมเกรนกำลังพยายามโจมตีร่างกายของเขาอยู่ แอร์เย็นจัดและแสงไฟยิ่งเร่งให้เขาปวดหัวขึ้นทุกที แต่เขาก็ยังนั่งเฉยไม่บอกใคร และพยายามข่มความทรมานนั้นไว้ข้างในไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า

 

เขาปวดหัว ปวดมาก ... แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เขาอยากจะปวดให้มากขึ้นไปอีก

ให้มากพอที่จะกลบความเจ็บปวดในอก ปวดให้มากกว่าตอนนี้ที่เขากำลังปวดหัวใจจนแทบจะทนไม่ไหว

 

“...ครูมีของขวัญจะให้พวกเธอทุกคน”

 

สติเขากลับมาในประโยคนั้น พร้อมกับประตูห้องวอยซ์ที่เปิดออก...

 

เพื่อนทั้งสิบแปดคนกรูเข้ามาในห้อง พวกเขามองไปยังเพื่อนๆด้วยความตกใจ ก่อนที่ต้นเจมส์เฟรมและแพรวจะวิ่งเข้าไปกอดทุกคน เหลือเพียงเขา...กับเต๋า ที่ยังคงนิ่ง

คนขาวจัดเอื้อมมือมาโอบไหล่เขา ดึงให้ลุกขึ้น เขาเกร็งไหล่ขืนตัวโดยอัตโนมัติ รู้สึกเสียวแปลบในอกขึ้นมาอีกครั้ง

เขาถอยห่างออกมาก้าวหนึ่ง เต๋าทำท่าจะเดินเข้ามาหา แต่พายุฝูงชนที่กรูเข้ามาก็ทำให้เขากับเต๋าถูกใครมากมายกั้นกลางเอาไว้

 

เขาเห็น...สายตานั้นมองตรงมาด้วยความไม่เข้าใจ แต่เพื่อให้เขายังสามารถยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องหันหน้าหลบไปอีกทาง...

 

ยูกิ

 

 เธอมองเขาอยู่ ด้วยสายตาที่เขาแปลความหมายไม่ออก และเชื่อว่าถ้าเขาหันกลับไป ก็คงพบกับสายตาของเต๋าที่กำลังจ้องมองมาเช่นเดียวกัน

 

ความอึดอัดจู่โจมเข้ามาฉับพลัน จนคล้ายว่าเขาจะไม่มีแรงเหลือไว้ทำสิ่งใดได้อีก

เขาเหนื่อย เขาปวดหัว

 

 

 

ภาวนาให้ช่วงเวลากลางวันที่แสนยาวนานนี้หมดลงเสียที 

 
 
 
 
To be continued .

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เขียนดีจัง
ชอบ ชอบ

#1 By pooh (61.90.49.185) on 2011-11-26 16:32

เฮ้ยยยยยยยยย ฉุดกระชากอารมณ์กันมากอะคะ อ่านตอน2. หวานกันอยู่เพลินๆ ตอน3 ไหงพลิกอารมณ์กันขนาดนี้. อ๊ากกกกกกสงสารคชาสุดๆ. รอตอนต่อไปนะคะ^^

#2 By Parn (1.46.118.88) on 2011-12-04 20:56

ร้าวไปถึงไส้ติ่ง TT_______TT

คือตอนที่สองหวานมากอ่ะ

แต่พอมาตอนนี้เหมือนถูกฉุดลงเหว

เขียนดีมากเลยค่ะ แต่งสุกมากอ่ะ

สงสารคชาเว่อร์ๆ

ไรท์เตอร์ยังแต่งต่ออยู่ใช่ป่ะคะ เห็นวันที่โพสแล้วแอบใจหาย

แต่งต่อเถอะนะ รออยู่ สนุกมากอ่ะ มันค้าง สู้ๆนะคะ

#3 By Q_killer (103.1.164.60) on 2011-12-19 02:07

เป็นฟิคเต๋าคชาเรื่องแรกที่อ่านแล้วชอบ
คือถึงเป็นเรื่องแต่งแต่ก็อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
อ่านแล้วเลยรู้สึกร่วมไปด้วย
จังหวะการเล่นกับอารมณ์ของคนอ่านก็พอเหมาะ
คนอ่านไม่โดนกันออกมาเพราะความไม่เชื่อ
ด้วยเนื้อเรื่องหรือวิธีการเร้าอารมณ์ที่มันมากเกินไป

หวังอย่างยิ่งว่าจะมีต่อค่ะ
ขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องได้สนุกขนาดนี้

#4 By pui (61.90.75.108) on 2011-12-19 23:45

กรี๊ดดดดด ชอบมากก
เขียนดีมากกก
นึกว่าจะไม่มีมาม่าซะแระ คนอ่านชอบกินมาม่า แอร๊ยยย..

#5 By TO.EYEz (124.121.121.120) on 2011-12-30 11:20

เรื่องนี้แม่งโดนอ่ะ!!!
ตอนนี้ดราม่าได้ใจ ดราม่าทางความรู้สึกข้างใน
เขียนได้สุดยอดมาก สุดยอดจริงๆ
เครียดตามเลยอ่ะ
คชาไม่ร้องให้ ชั้นร้องแล้วจ้าาาา

มาอัพต่อเร็วๆนะ
อยากอ่านมาก อยากอ่านจนจบเลยอ่ะ
ไม่อยากรอเลยอ่ะ ติด><

#6 By Ninaa (110.164.181.203) on 2012-01-31 20:21

ดราม่าได้ใจอะ

#7 By mimi (58.9.67.15) on 2012-03-23 16:31

#8 By Moddy (103.7.57.18|58.11.42.18) on 2012-05-20 19:07

คุณกาแฟจะเขียนต่อจนจบไหมคะ...
เพิ่งเข้ามาอ่าน แล้วก็หัวใจร้าวรานไปเรียบร้อยกับตอนนี้
ช่วยต่อให้จบเถอะนะคะ คิดว่าทำบุญกับ สว. (แก่จริงนะนี่) อยากให้น้องมีความสุข...ชอบเรื่องนี้จังค่ะ
ตอนนี้ออกมานอกบ้านแล้วน้องก็สุขนี่เนอะ แต่ไม่ค่อยได้ออกงานคู่กัน

#9 By Moddy (103.7.57.18|58.11.42.18) on 2012-05-20 19:11